6 วิธีการทำงานแบบ Work From Home (WFH)

01 March 2021 | IT Outsourcing

1. การทำงาน
 

ต้องอัพเดตงานกันทุกวันอย่างน้อยวันละครั้ง เพื่อที่อย่างน้อยจะทำให้พนักงาน หรือ เพื่อนร่วมงานของเรารู้ว่าในแต่ละวันเราควรมุ่งเป้าไปที่สิ่งใดบ้าง และหวังผลอะไรจากเราบ้าง ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการอัพเดตงานกันคือ 9:00 - 10:00 โมง และ 16:00 - 17:00 จะทำให้เกิดความผิดพลาดลดลง และยังเพิ่มประสิทธิภาพของงานอีกด้วย แถมยังได้ข้อสรุปของงานในแต่ละวันอีกด้วย

 

2. การสื่อสาร

 

เพื่อลดปัญหาความเข้าใจไม่ตรงกัน การสื่อสารเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญในการทำงาน เป็นกุญแจหลักในการทำให้งานประสบความสำเร็จ การสื่อสารมีได้หลายช่องทางขึ้นอยู่กับการใช้งาน เช่นถ้าต้องการประชุมผ่านระบบเสียงหรือวิดีโอ ก็จะมีโปรแกรมที่รองรับอาทิเช่น Zoom, Skype,  Microsoft Team หรือจะเป็น Line เป็นต้น

 

3. การติดต่อ

 

บริษัทต้องแจกแจงรายละเอียดให้ชัดเจนว่าต้องติดต่อใครในเรื่องใด และเพื่ออะไร อาทิเช่น ติดต่อ นายสมชัย แสงสว่าง เบอร์ 081-xxx-xxxx อีเมล somchai.s@tmes.co.th เพื่อแก้ไขปัญหา IT จะทำให้พนักงานหรือเพื่อนร่วมงานเราไม่สับสนกับปัญหาที่ต้องการความช่วยเหลือเมื่อทำงานจากที่บ้าน และลดระยะเวลาการขัดข้องลงเป็นอย่างมาก

 

4. การส่งข้อมูล

 

ปัจจุบันช่องทางการส่งข้อมูลมีจำนวนมาก แต่ที่นิยมใช้กันจะมีทาง Google Drive, One Drive, และ Dropbox แต่ก็ยังมีผู้ให้บริการที่ส่งไฟล์ขนาดใหญ่ฟรี เช่น WeTransfer ซึ่งไม่จำเป็นต้องสมัคร และยังแจ้งให้เราทราบเมื่อผู้รับดาวโหลดไฟล์ที่เราส่งไปแล้วอีกด้วย
 

5. การวางแผนงาน

 

เลี่ยงไม่ได้ที่เราจำเป็นต้องวางแผนงานกันเป็นรายวันหรือรายอาทิตย์เนื่องจากว่าเราทำงานจากที่บ้านทำให้การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างานเป็นไปได้ลำบาก เราจึงจำเป็นต้องวางแผนงาน เพื่อจะได้ไม่ต้องทำงานซับซ้อนหรือทำงานกันไปคนละทิศคนละทาง การวางแผนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องทำเป็นอันดับต้นๆ โปรแกรมที่รองรับและไม่มีค่าใช้จ่ายก็จะมี Trello, Taskworld และ Bitrix24 ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก

 

6. การป้องกันและเฝ้าระวังทรัพย์สินของบริษัท

 

ต้องห้ามลืมว่าถ้าไม่มีพนักงาน หรือคนทำงานในออฟฟิศแล้วเราจะต้องมีการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม และมีประสิทธิภาพ กล้องวงจรปิด (CCTV) เป็นสิ่งที่คนจะนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ แต่การติดตั้งต้องใช้ระยะเวลา TMES ขอแนะนำให้ใช้ Xiaomi 360 camera เป็นกล้องที่คุณภาพเกินราคา เพราะราคาอยู่ที่พันกว่าบาท แต่ความสามารถมากมาย เช่น ดูออนไลน์, หมุนกล้องได้ 360 องศา, บันทึกได้นาน (ขึ้นอยู่กับขนาดเมมการ์ด) และ มีระบบแจ้งเตือนเมื่อมีคนเดินผ่านกล้อง


Share :